มะเร็งในเม็ดเลือดหายด้วยสมาธิ

พฤศจิกายน 15th, 2011

มะเร็งในเม็ดเลือดหายด้วยสมาธิ

บุญเตือน แซ่เซียง (ประเทศฮ่องกง)

สมาธิ พระรัตนตรัยภายใน

     ดิฉันชื่อ บุญเตือน แซ่เชียง อายุ 38 ปี ได้แต่งงานมาอยู่ที่ฮ่องกงกับสามีชาวฮ่องกงได้ 15 ปีแล้วค่ะ เมื่อปี 2546 ได้ไปตรวจร่างกาย ผลการตรวจพบว่า ดิฉันเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด หมอบอกว่าโรคนี้เป็นโรคที่ไม่มียารักษาให้หายขาดได้ จะต้องระวังรักษาสุขภาพและดูแลเรื่องอาหารการกินให้ดี ต้องทำร่างกายให้แข็งแรง จึงจะสามารถยับยั้งไม่ให้โรคนี้กำเริบขึ้นมากกว่านี้

     พอดิฉันได้ยินคุณหมอบอกอย่างนี้ก็ใจหายรู้สึกว่าความตายกำลังเดินทางมาเยือนเราแล้ว จึงเกิดความท้อแท้และไม่มีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตได้เลยค่ะ

     เมื่อถึงเวลาที่คุณหมอนัดเช็คเลือด และให้เลือดเดือนละสองครั้ง จะรู้สึกไม่อยากไปเลย เพราะเวลาคุณหมอให้เลือดกลับมาทีไร จะมีอาการเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย ทรมานมากและก็หงุดหงิดด้วยค่ะ แต่ก็จำใจต้องไป เพราะก็กลัวตายเหมือนกัน อยู่มาวันหนึ่ง ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ เพื่อของดิฉันมาชวนไปวัด ดิฉันก็ได้ตามเพื่อนไป จึงทำให้ได้รู้จักกับวัดภาวนาฮ่องกง ตอนนั้นไปวัดแบบไม่ได้สนใจอะไร เห็นเพื่อนทำอะไรทำตามเขา และไม่ได้รู้เรื่องการนั่งสมาธิเลย ให้นั่งก็นั่ง แต่ใจไม่ได้หยุดนิ่ง คิดกังวลแต่เรื่องโรคที่ตัวเองเป็นอยู่ เพราะกลัวตายมาก พอมาช่วงหลังไปวัดบ่อยขึ้น เพราะไม่อยากขัดใจเพื่อน แต่ก็ยังไม่ค่อยได้นั่งสมาธิ เพราะไม่ชอบเลย

     คงเป็นบุญของดิฉัน ที่ได้มาพบกับพระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งท่านอยู่ประจำที่วัดภาวนาฮ่องกง มาทีไรท่านจะคอยเรียกชวนญาติโยมที่วัด ให้มานั่งสมาธิด้วยกันทุกครั้ง จึงเป็นครั้งแรกที่ ดิฉันอยากลองนั่งดู ผลปรากฏว่า นั่งไม่ได้เลยค่ะ ใจฟุ้งซ่าน เครียด ปวดหัวและปวดเมื่อย ตามมาเป็นลำดับ เมื่อท่านถามประสบการณ์ ดิฉันก็บอกว่า นั่งไม่ได้ เพราะใจไม่สงบ คิดว่าคงไม่มีบุญพอ ท่านก็ให้กำลังใจว่า

“พวกเราทุกคนที่มาเจอกันที่นี่ ถือว่าเป็นผู้มีบุญ แต่การนั่งสมาธินั้น ต้องค่อยๆ เริ่มจากการฝึกปรับกาย ปรับใจ แล้ว ทำใจให้หยุด นิ่ง เฉยๆ ถ้าฟุ้งซ่านก็ลืมตาก่อน และให้เริ่มต้นนั่งใหม่ ถ้ายังเครียด ก็ปรับกายปรับใจให้สบายก่อน แล้วค่อยเริ่มทำสมาธิใหม่”

     ดิฉันก็ลองทำตาม ด้วยการเริ่มทำใจเฉยๆ และนึกว่าร่างกายผ่อนคลายสบายๆ มีเรื่องฟุ้งก็ท่อง “สัมมา อะระหัง” ไปเรื่อยๆ จนกว่าใจจะสงบ เริ่มมีความรู้สึกว่าการนั่งสมาธิดีขึ้น ใจสงบขึ้น ใจนิ่งขึ้น รับรู้ถึงความสงบ มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกชอบและพึงพอใจกับภาวะอารมณ์ที่สงบนิ่งอย่างนี้มาก เพราะได้สัมผัสกับอารมณ์ดีๆ และภาวะใจที่มีความสุข จึงทำให้อยากจะนั่งสมาธิตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดิฉันเปลี่ยนไปเลย จากคนที่ไม่ชอบนั่งสมาธิ ไม่สนใจนั่งสมาธิ มาเป็นคนที่รักการนั่งสมาธิอย่างน่าอัศจรรย์

     จากนั้นก็ตั้งใจนั่งสมาธิเรื่อยมา ใหม่ๆ ก็จะนั่งได้ไม่นาน สักพักจะรู้สึกปวดเมื่อยไปหมด แต่พอได้ให้เวลากับการนั่งอย่างต่อเนื่องทุกๆ วัน จากวันละ 1 ชั่วโมง ตอนนี้นั่งได้วันละ 2 ชั่วโมง แล้ว โดยที่ไม่มีอาการปวดเมื่อยเลย นั่งแบบเบาสบายๆ เหมือนสำลีที่ลอยในอากาศ เมื่อทำใจนิ่งๆ เฉยๆ เป็นแล้ว ก็เริ่มเห็นความสว่างอยู่ภายใจ และเห็นตัวเองอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิลอยอยู่ในกลางอากาศ หันหน้าออกไปทางเดียวกับเรา ใจของดิฉันตอนนั้นรู้สึกเป็นสุขมาก ใจสงบและนิ่งๆ

     ช่วงที่นั่งสมาธิ ดิฉันก็ยังต้องไปเช็คเลือดทุกๆ สองสัปดาห์ตามปกติ พระอาจารย์ท่านแนะนำให้ดิฉันจดบันทึกการตรวจเลือดเพื่อพิสูจน์ว่า สมาธิสามารถรักษาโรคได้จริง

     ผลการเช็คเลือดของดิฉัน ตั้งแต่ครั้งแรกเดือนมิถุนายน ระดับเลือด คือ 2.2 จากนั้นดิฉันก็เริ่มนั่งสมาธิมาอย่างต่อเนื่องจนเมื่อเดือนกันยายน 2547 เลือดในร่างกายของดิฉันดีขึ้นมาถึง 5.5 ซึ่งผลการเช็คเลือดออกมาดีขึ้นเรื่อยๆ คุณหมอถึงกับแปลกใจ ถามว่า “คุณไปทำอะไรมา อาการถึงได้ดีขึ้นตลอดเลย” ดิฉันตอบคุณหมอว่า “ไปวัดและนั่งสมาธิค่ะ” คุณหมอฟังแล้วถึงกับงุนงงอยู่นาน และต่อมาดิฉันยังได้รับข่าวดีจากคุณหมอว่า ต่อไปนี้ไม่ต้องให้เลือดอีกแล้ว แค่มาเช็คเลือดทุกๆ สองสัปดาห์ก็พอ ดิฉันดีใจจนบอกไม่ถูก ไม่น่าเชื่อว่าผลจากการนั่งสมาธิ ไม่เพียงแต่ทำให้จิตใจมีความสุข ยังช่วยให้อาการป่วยของดิฉันดีขึ้นอีกด้วยค่ะ

     ถึงช่วงเดือนตุลาคม ผลการปฏิบัติธรรมก้าวหน้าขึ้นมาก วันที่ 21 ตุลาคม 2547 วันนี้วันพระ เช้านี้นั่งสมาธิที่บ้าน ดวงก็ผุดขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา ช่วงบ่ายไปนั่งที่วัดพร้อมกับพระอาจารย์เริ่มต้นนั่งสักพักดวงใสๆ ก็ผุดขึ้นมาได้โดยง่าย ผุดอยู่ตลอดในศูนย์กลางกาย นั่งไปได้ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ดวงที่สุกสว่างที่สุดพลันกลับกลายเป็นองค์พระใสๆ อยู่ในดวงนั้น ดูไปสักพักดีใจมาก ความปีติล้นขึ้นมา ดิฉันบอกพระอาจารย์ทั้งน้ำตาว่า “โยมเห็นองค์พระแล้วค่ะ” ท่านบอกให้ทำใจหยุดนิ่งเฉยๆ แล้วอธิษฐานให้องค์พระอยู่กับเราที่ศูนย์กลางกายให้ตลอด เมื่อกลับไปถึงบ้าน ดิฉันก็นั่งสมาธิต่อ นั่งได้สักพัก องค์พระใสๆ เล็กๆ ก็ผุดขึ้นมาหลายๆ องค์ ดิฉันได้แต่ปลื้มปีติกับองค์พระทุกองค์ที่ผุดขึ้นมา วันนี้เป็นวันที่ดิฉันไม่มีวันลืมเลยค่ะ

     พอถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2547 วันนี้เป็นวันที่คุณหมอนัดเช็คเลือดอีกแล้ว ก่อนจะถึงเวลาไปหาคุณหมอ ตื่นเช้าขึ้นมาสวดมนต์ทำวัตรเช้านั่งสมาธิ ได้ประมาณ 15 นาที ดวงพร้อมองค์พระก็ผุดขึ้นมาพร้อมกัน สักพักก็เอาใจใส่เข้าไปในดวงนั้น มีความรู้สึกเป็นที่ที่มีความสุข บรรยายไม่ถูกเหมือนกัน ว่าเวลามีความสุขกับการได้อยู่กับองค์พระนั่น เป็นสุขแบบไหนในโลก คราวนี้ ดิฉันอธิษฐานจิตกับองค์พระว่า “ขอให้ผลเลือดที่คุณหมอเช็ควันนี้ปลอดภัยและปกติด้วยเทอญ” พออธิษฐานเสร็จ องค์พระที่อยู่ในดวงนั้นมีแสงสว่างออกมาเต็มไปหมดเลยค่ะ แล้วก็ถึงเวลาที่ต้องออกไปหาคุณหมอแล้ว

     พอไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอก็เรียกเจาะเลือดเพื่อเอาไปเช็ค คุณหมอไปเช็คเลือดได้สักพัก ก็เดินยิ้มเข้ามาหา แล้วก็พูดว่า “ขอแสดงความยินดีด้วยนะ ที่ผลเลือดออกมาเป็นปกติแล้ว” ทีแรกนึกว่าคุณหมอพูดเล่นเสียอีกก็มองหน้าคุณหมอแล้วถามอีกที “คุณหมอว่าไงคะ” คุณหมอก็ตอบเหมือนเดิมว่า “เลือดคุณเป็นปกติแล้วนะ” ดิฉันดีใจมากเลยค่ะ  คิดว่าตัวเองฝันไปเสียอีก ผลของเลือดที่ออกมา 9.1 กว่า คุณหมอบอกว่า “ต่อไปให้มาเช็คเลือดเดือนละครั้งและให้ดูแลสุขภาพให้ดีต่อไป”

     ตอนนี้ดิฉันบอกกับตัวเองว่า “เป็นบุญของดิฉัน ที่ได้รู้จักวัดภาวนาฮ่องกง ทำให้มีโอกาสนั่งสมาธิอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ทุกวันนี้ตั้งใจนั่งสมาธิมากขึ้น เข้าใจชีวิตและมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิต เดี๋ยวนี้วันไหนไม่ได้นั่งสมาธิ ไม่ได้เลย ความสุขจากการนั่งสมาธินั้น หาความสุขอย่างอื่นเทียบไม่ได้เลยค่ะ”

บุญเตือน แซ่เชียง (ฮ่องกง)

11 มกราคม 2548

ผลการปฏิบัติธรรมจ่าสิบเอก พจน์ โรจนประดิษฐ

พฤศจิกายน 2nd, 2011

ผลการปฏิบัติธรรมจ่าสิบเอก พจน์ โรจนประดิษฐ

จ่าสิบเอก พจน์ โรจนประดิษฐ (ชาวสุพรรณบุรี)

กระผม จ่าสิบเอก พจน์ โรจนประดิษฐ อายุ 65 ปี อยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เริ่มสนใจการทำสมาธิตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 โดยมีลูกสาวเป็นกัลยาณมิตรให้ เขาจะพยายามชักชวนให้ไปวัดทำบุญ และนั่งสมาธิอยู่บ่อยๆ

แต่เดิมผมไม่ได้สนใจการทำสมาธิ หรือเข้าวัดทำบุญ เพราะมีภาระหนี้สิน ต้องทำงานหนัก แต่ลูกสาวพยายามชักชวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้มาวัด ให้ทำบุญ จนผมหงุดหงิด และพาลโกรธที่ลูกสาวทำแต่บุญ ไปแต่วัด เห็นวัดสำคัญกว่าบ้าน ทั้งๆ ที่บ้านยังมีภาระหนี้สินอยู่ แต่ลูกสาวก็ไม่ละความพยายาม ตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่กัลยาณมิตรต่อไป แม้จะไม่รู้ว่าต้องใช้ระยะเวลาอีกนานเท่าใด

จนกระทั่งถึงวันที่เปลี่ยนชีวิตผม เมื่อลูกสาวและเพื่อของเขาได้ชวนให้ไปปฏิบัติธรรมที่สวนพนาวัฒน์ โดยให้เหตุผลว่า “ใกล้จะถึงวันพ่อแล้ว ลูกอยากตอบแทนพระคุณของพ่อ อยากให้พ่อมีดวงตาเห็นธรรม” ลูกสาวและเพื่อนจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ผมจึงตัดสินขึ้นไปปฏิบัติธรรมในครั้งนั้น

พอเท้าแตะผืนแผ่นดินสวนพนาวัฒน์ ประทับใจในดินแดนแห่งนี้ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง จึงตั้งใจที่จะปฏิบัติธรรมให้เต็มที่จะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์กับการปฏิบัติธรรมให้มากที่สุด

สวนพนาวัฒน์ จังหวัดเชียงใหม่

     วันแรกของการปฏิบัติธรรม ได้สลัดความคิดความกังวลเรื่องงานและครอบครัวทั้งหมด ไม่คิดอะไรทั้งสิ้น ทำใจสบายๆ ประคองใจอยู่ที่กลางกาย ภาวนา “สัมมา อะระหัง” ไปเรื่อยๆ รู้สึกว่า ลมหายใจค่อยๆ เบาลง คำภาวนาก็ค่อยลงไปเรื่อยๆ นานเท่าไรไม่ทราบ รู้แต่ว่าภายในท้องขยายใหญ่ขึ้น และภายในท้องจะเย็นมากจนบอกไม่ถูก ในขณะเดียวกันก็เห็นแสงสว่างเหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้า เป็นแสงสว่างที่สวยมาก แต่ไม่ร้อน กลับเย็นสบายยิ่งขึ้นอีก แสงสว่างค่อยๆ สว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ทราบว่าคำภาวนา สัมมา อะระหัง หยุดไปตั้งแต่เมื่อไร แล้วดวงแก้วกลมใสเล็กกว่าลูกเทนนิสเล็กน้อย ก็เลื่อนเข้ามาให้เห็นความรู้สึกในตอนนั้นปีติ ปลื้มใจมาก มีความสุขมากจนบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดมาบรรยายถึงสุขนี้ได้อย่างไร แต่ดวงแก้วกลมใสนี้อยู่ไม่นานนัก ก็ค่อยๆ เคลื่อนและจางหายไป รู้สึกเสียดายมากที่ดวงแก้วหายไป     Continue reading “ผลการปฏิบัติธรรมจ่าสิบเอก พจน์ โรจนประดิษฐ” »

สมาธิ พลังสู่ความสำเร็จ

พฤศจิกายน 2nd, 2011

สมาธิ พลังสู่ความสำเร็จ

3 นักธุรกิจ กับเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

ความสำเร็จเป็นสิ่งที่ทุกคนล้วนปรารถนา แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า เบื้องหลังของความสำเร็จนั้น ความเก่งอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ต้องมีความเฮงเข้ามาช่วยด้วย ดังที่คนส่วนใหญ่มักเชื่อกันว่า เวลาจะทำอะไรก็ตาม ถ้าเก่งบวกเฮงรับรองไปโลดแน่! แต่แท้ที่จริงแล้ว ความเฮงนั้นแหละ คือบุญที่คอยค้ำจุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งหนึ่งในวิธีการเติมบุญ หรือเติมความเฮงให้กับตนเองที่สำคัญมากๆ คือ การนั่งสมาธิ นั่นเอง…

ขอพาท่านผู้อ่านไปสัมผัสกับมุมมองของ 3 นักธุรกิจจากชมรมคหบดีสัมพันธ์ ที่แต่ละท่านต่างก็ประสบความสำเร็จในชีวิตและธุรกิจ ด้วยการนั่งสมาธิ

สำหรับมุมมองของทั้ง 3 ท่านจะเป็นอย่างไรนั้น ขอเชิญทุกท่านติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ…

วิไลวัลย์ วัชสิริเสรี กรรมการผู้จัดการ บริษัทบางกอกคริสต์มาสฯ จำกัด

“สมาธิช่วยให้บริหารงานได้ดีขึ้น”

ดิฉันมีอาชีพทำพวกต้นสน ต้นคริสต์มาส พวกสายรุ้งปีใหม่ และก็สินค้าที่ใช้ประดับวันตรุษจีน จริงๆ แล้วอาชีพที่ทำมันก็มีปัญหาค่ะ แต่ว่าใจจะอยู่ในบุญตลอด ทำให้ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นหมดไป

ก่อนที่จะรู้จักการปฏิบัติธรรม ชีวิตอยู่ในความประมาท เวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการดูทีวีบ้าง หากเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ พวกลูกน้อยเขาก็จะมาชวนกันทำอาหารทาน ทานเสร็จแล้วก็เล่นไพ่ เล่นตั้งแต่วันเสาร์ตอนเย็นจนถึงวันอาทิตย์ตอนเย็นเล่นแล้วมันก็แปลกนะคะ เวลาเล่นแล้วก็อยากจะได้ ความโลภก็เกิดขึ้น แต่พอมีโอกาสเข้ามาปฏิบัติธรรมแล้ว ชีวิตก็เปลี่ยนไปเพราะ เมื่อนั่งสมาธิ จิตก็จะเกิดสติและปัญญาขึ้น สามารถนำมาใช้กับการบริหารงานของเราได้ Continue reading “สมาธิ พลังสู่ความสำเร็จ” »